วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

"ไทดำ"บ้านนาป่าหนาดวัฒนธรรมหนึ่งเดียวเมืองเลย

 
 

             "ตะลอนตามอำเภอใจ"-"เมืองเชียงคาน" หรืออำเภอเชียงคาน อำเภอเล็กๆอำเภอหนึ่ง ในจังหวัดเลย และเป็นจังหวัดหนึ่งหนึ่งของภาคอีสานที่มีพื้นที่ติดชายแดนสปป.ลาว ถือเป็นเมืองเล็กๆ ที่น่ารัก ผู้คนอัธยาศัยดี มีน้ำใจไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส เวลาที่นี่รู้สึกว่าผ่านไปช้ามาก เราสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่าง
         อย่างที่ชีวิตในเมืองหลวงทำไม่ได้ ได้กินเต็มที่ ได้นอนเต็มอิ่ม ได้สูดอากาศบริสุทธิ์  ได้รับมิตรจากคนแปลกหน้า  ด้วยน้ำใจไมตรีจากเจ้าถิ่น และที่นี่อาจจะทำให้คุณได้แรงบันดาลใจอะไรสักอย่างก็ได้ ถ้าใครมีโอกาสได้มาเยือน "เมืองเชียงคาน" รับรองว่าต้องหลงเสน่ห์ความ เรียบง่ายของที่นี่และอยากกลับมาอีกครั้งแน่นอน
        ผมมีโอกาสมาเยือน"เมืองเชียงคาน" ที่ได้รับการต้อนรับจากผู้ใหญ่ใจดีในฐานะเจ้าถิ่น อย่าง "คุณพิสุทธิ์ บุศยพรรณพงศ์" นายอำเภอเชียงคาน ที่ได้ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชน รวมถึงคณะของผู้บริหารกรมการปกครอง นำโดยคุณทรงพล ใจกริ่ม เลขานุการกรมการปกครอง 
 และคุณกิตติพงศ์ สุขภาคกุล หัวหน้ากลุ่มงานประชาสัมพันธ์กรมการปกครอง ที่พามาสัญจรดูวิถีวัฒนธรรมของอำเภอเชียงคาน จึงทำให้ได้เห็น"บทบาทนายอำเภอกับการทำงานแบบบูรณาการ"
     หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำบ้านนาป่าหนาดตั้งอยู่ บ้านนาป่าหนาดคุ้มใต้ ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ถือเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม ที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจ เพราะเป็นชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง ซึ่ง "คุณพิสุทธิ์ บุศยพรรณพงศ์" นายอำเภอเชียงคาน ได้พาคณะมาเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวไทดำ และได้มีโอกาสพูดคุย "คุณจิรวดี ศิลธรรม" นายกเทศมนตรีตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย  ซึ่งเธอบอกว่า  ไทดำนั้นเป็นคนชาติไทยที่เรียกตัวเองว่าไต หรือไท และมีเชื่อเรียกต่างๆหลายชื่อ เช่น ลาวโซ่ง ไทโซ่ง ไทซงดำ ไทโซ่งดำ
       ถิ่นเดิมของไทซงดำ อยู่ที่เมืองเลียนเทียนฟู ทางทิศตะวันตกของประเทศเวียดนาม ไทดำบ้านนาป่าหนาด อพยพมาจากแคว้นสิบสองจุไท ในสมัยรัชการที่ 5 ถือเป็นหมู่บ้านไทดำ กลุ่มสุดท้าย อพยพมาจากเมืองเชียงขวางประเทศลาว ในสมัยสงครามปราบจีนฮ้อ และมาตั้งบ้าน
เรือนอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด หมู่ที่ 4 ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน เมื่อปีพ.ศ.2450
     ชาวไทดำ ถือได้ว่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานน่าศึกษาอย่างยิ่ง มีขนบธรรมเนียมประเพณี  ภาษาพูด และภาษาเขียนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความเป็นอยู่เรียบง่าย มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และรักความสงบ ชาวไทดำบ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว เป็นไทดำที่มีอยู่เพียงหมู่บ้านเดียว
ในจังหวัดเลย และยังมีการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน ไทดำบ้านนาป่าหนาด ยังมีตัวอักษรไทดำที่ยังมีการอนุรักษ์เก็บบันทึกไว้เป็นหลักฐานไว้ที่ศูนย์อนุรักษ์ไทดำบ้านนาป่าหนาด นอกจากนี้ ชาวไทดำยังมีตระกูลเรียกว่าสิงห์ เช่นเดียวกับแซ่ในภาษาจีน มีประเพณีท้องถิ่นที่ปฎิบัติสืบทอดกันมายาวนาน ได้แก่ เครื่องแต่งกาย อาหาร และการละเล่นของชาวไทดำ ที่เรียกว่าแซปาง ชาวบ้านได้เล่นกันถึงปัจจุบัน และจะมีการจัดงานโฮมพี่น้องไทดำในวันที่ 6 เมษายน ของทุกปี
      นอกจากนี้ จากข้อมูลที่นอกเหนือจากการบอกเล่าของ  "คุณจิรวดี ศิลธรรม" นายกเทศมนตรีตำบลเขาแก้ว ระบุว่า หมู่บ้านวัฒนธรรมบ้านไทดำบ้านนาป่าหนาด ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2539 โดย อาจารย์เพชรตะบอง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อำเภอเชียงคานร่วมกับชาวบ้าน บ้านนาป่าหนาดในการจัดสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งที่เผยแพร่ข้อมูลด้าน วัฒนธรรม และวิถีชีวิตรวมทั้งประวัติ ความเป็นมาของชนชาวไท
ดำบ้านนาป่าหนาด เนื่องจากมีผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับบ้าน
นาป่าหนาดเป็นจำนวนมาก อาทิ ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน ประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาจมาเป็นการส่วนตัวหรือหมู่คณะแบบเป็นทางการก็มี บางทีพักอยู่ในหมู่บ้านเป็นเวลานาน มีทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ผู้เขียนจึงได้รวบรวมและได้จัดทำหนังสือข้อมูลของชาวไทดำ บ้านนาป่าหนาดขึ้น โดยค้นคว้าจากหนังสือต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั้งเอกสาร ตำรับตำรา คำบอกเล่า ของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน และผู้รู้ที่เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากผู้ปกครองของไทดำในอดีตโดยตรงซึ่งทำให้ ได้รับความรู้มากมายและมีรายละเอียดมาก จำเป็นต้องเขียนเฉพาะเรื่อง

 บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นหมู่บ้านที่มีประชากร เป็นเชื้อสาย " ไทดำ" หมู่บ้านเดียวในจังหวัดเลย ที่ตั้งของหมู่บ้านตั้งอยู่บนที่สูง ซึ่งเรียกตาม ภาษาท้องถิ่นทั่วไปว่า "โคก" ชาวบ้านนาป่าหนาด และหมู่บ้านใกล้เคียงจะเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านโคก" หรือบางทีก็เรียกว่า " บ้านโคกโซ่งดำ"
      การตั้งบ้านเรือนของหมู่บ้านนาป่าหนาด จะตั้งเรียงรายยาวไปตามถนนภายในหมู่บ้าน โดยมีถนนสาย บ้านนาบอน – บ้านสงเปลือย เป็นเส้นทางผ่านกลาหมู่บ้านภายในหมู่บ้านจะมีซอยตัดเป็นแนวเดียวกันสิบซอย ปัจจุบัน บ้านนาป่าหนาดแบ่งการ ปกครองเป็นสองหมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 4 (คุ้มใต้) และ

หมู่ที่ 12 (คุ้มเหนือ) อาณาเขตบ้านนาป่าหนาดมีเขตติดต่อกับหมู่บ้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ จรดบ้านวังอาบช้างทิศใต้ จรดบ้านหินตั้ง ทิศตะวันออก จรดบ้านตาดซ้อ ทิศตะวันตก จรดบ้านนาเบน
     จากคำบอกเล่าของพ่อแม่ และผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านนาป่าหนาดทราบว่า เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2460 ชาวบ้านได้พากันอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือน อยู่ที่นี่ ซึ่งเมื่อก่อนบริเวณนี้เป็นป่าไม้ ที่อุดมสมบูรณ์ตอนแรกเรียกว่า บ้านนาป่าติ้ว ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า"บ้านนาป่าหนาด"เพราะบริเวณนี้ มีต้นหนาดมากมาย นอกจากนี้ยังมีป่าไผ่ ไม้ประดู่ ไม้เปือย ไม้แดง ไม้เต็งรัง มากมาย มีสัตว์ป่าชุกชุม มีแหล่งน้ำธรรมชาติ 2 แห่ง คือ ลำน้ำฮวยและลำน้ำ ห้วยป่าติ้ว หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ห้วยน้อย
หล่อเลี้ยงพืชพันทางการเกษตร มีสัตว์น้ำมากมายอันเป็นอาหารของชาวบ้านได้อย่างดี ชาวบ้านในแถบนี้ จะปลูกข้าวไร่กัน จึงไม่มีนาข้าว เมื่อชาวไทยดำ ได้เข้ามาอยู่บริเวณนี้ ก็พากันทำนาปลูกข้าวซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมชาวบ้านในแถบนี้เห็นเข้า จึงได้ พากัน ทำนาปลูกข้าวเหมือนชาวบ้านนาป่าหนาดจนถึงปัจจุบัน
       หมู่บ้านวัฒนธรรมบ้านไทดำบ้านนาป่าหนาด ตั้งอยู่ที่บ้านนาป่าหนาดคุ้มใต้ ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ตั้งอยู่บนที่ดิน ของอาจารย์จารุณี ซึ่งเสียค่าเช่าเป็นรายปีแต่ตั้งแต่ก่อตั้งมาท่านอาจารย์ยังไม่เก็บค่าเช่า เลยแม้แต่บาทเดียวก็สนับสนุนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำ

 ของชุมชน หมู่บ้านวัฒนธรรมมีการจัดตั้งเป็นกลุ่มชาวบ้านมีสมาชิกเป็นชาวไทดำ ซึ่งมีจำนวนสมาชิก 50 คนและมีการจัดตั้งกันเป็นกองทุนเก็บเงิน คนละ 100 บาทต่อปี เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและสร้างความสามัคคีแก่ชาวไทดำที่เหลืออยู่
     ในส่วนของการจัดแสดงนั้น ภายในที่ตั้งของหมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำนั้น เป็นการจัดแสดงสถานการณ์การใช้ ชีวิตประจำวันของชาวไทยดำ การทอผ้า การตีมีด การใช้ชีวิตของคนเฒ่าคนแก่ลักษณะการตั้งบ้านเรือนของชาวไทดำและยังมีการสนับ สนุนให้คนแก่ของหมู่บ้านได้มีกิจกรรม และมีการประชุมกันภายในกลุ่มเป็นประจำ
กัน 2 เดือนต่อครั้งและประชุมใหญ่ปีละครั้ง  ในการจัดตั้งได้อาศัยงบประมาณที่อาจารย์เพชรตะบองได้จัดหามาจากหลายที่และ ชาวบ้านช่วยเหลือกันจนก่อตั้งได้และมีทางองค์การ บริหารส่วนตำบลเขาแก้วสนับสนุนมาบ้างเป็นครั้งคราวและปัจจุบันทางองค์การ บริหารส่วนตำบลเขาแก้วก็จัดสร้างแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทดำขึ้น ที่คุ้มเหนือเช่นกัน
     หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำบ้านนาป่าหนาดเป็นหมู่บ้านที่มีลักษณะเป็นหมู่บ้าน สาธิต ความเป็นไทดำทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม หรือการ ดำเนินชีวิตต่าง ๆ ของชาวไทดำ ให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมได้เห็นภาพจริงองค์ความรู้ที่เกิด

       จากการศึกษาวัฒนธรรมของชาวไทดำนั้น ทำให้เกิดความภูมิใจและสำนึกรักในความเป็นชาวไทดำ และอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักชาวไทดำได้ชัดเจน ขึ้นว่าเป็นมาอย่างไร การเดินทาง ออกจากตัวจังหวัดเลยเดินทางไปตามเส้นทาง เลย – เชียงคาน ข้ามสะพานแม่น้ำเลย สักสองกิโลเมตร เป็นบ้านธาตุ เลี้ยวขวาที่สามแยกบ้านธาตุ และห่าง จากแยกประมาณ 400 เมตร ก็จะพบทางแยกซ้าย เพื่อไปบ้านนาป่าหนาด ระยะทางจาก สามแยกบ้านธาตุ ประมาณ 8 กิโลเมตร
       ช่วงสุดท้ายของตะลอนตามอำเภอใจในวันนี้  ไทดำแม้จะอพยพอยู่หลายครั้ง  ตั้งแต่หลบหนีภัยศึกฮ่อ
จนถึงหลบหนีอิทธิพลของฝรั่งเศสระหว่าง พ.ศ. 2423 – 2450 จุดประสงค์เพื่อความเป็นอิสระในการปกครองตนเอง ทดำได้ข้ามแม่น้ำโขงมายังประเทศไทยแล้วไปตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ที่บ้านนาป่าติ้ว  ตำบลเขาแก้ว  อำเภอเชียงคาน  จังหวัดเลย  ในราวปี พ.ศ. 2450 ต่อมาทางการเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็นบ้าน "นาป่าหนาด" 
       ปัจจุบันหมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำบ้านนาป่าหนาด ยังมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำ มีบ้านที่สร้างขึ้นตามแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวไทดำ รวมทั้งเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต และยังมีการรวมกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง ของชาวบ้าน โดยสามารถชมการทอผ้า และเลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากได้ นักท่องเที่ยวที่สนใจที่จะสัมผัสชีวิต ความเป็นอยู่ ชาวไทดำแบบโฮมสเตย์ได้เช่นกัน....!!!
                             นวย  เมืองธน
*******************************************







วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ผลิตภัณฑ์กะลา-ไม้มะพร้าวโอทอปขึ้นชื่อ"เกาะสมุย"

             "ตะลอนตามอำเภอใจ"-หน้าหนาวกำลังคล่อยๆคืบคลานผ่านไปสู่ฤดูร้อน หลายคนอาจตั้งคำถามกันมากมายว่า แล้วเราจะไปหลบร้อนที่ไหนกันดีเอ่ย ผมเชื่อว่า "ทะเล" คงเป็นคำตอบที่หลาย ๆ คนอยากจะไปพักผ่อนหลบร้อนกัน "เกาะสมุย" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีน้ำทะเล ที่สวยงาม ใสบริสุทธิ์ หาดทรายขาวทอดขนานไปกับทิวต้นมะพร้าวริมชายหาด และนอกจากธรรมชาติชายทะเลแล้ว ยังมีน้ำตกที่มีน้ำใสเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีแหล่งท่องเที่ยวที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวท้องถิ่น เช่น วัดสำเร็จ  วัดละไม วัดพระใหญ่ เจดีย์แหลมสอ ฯลฯ
      ในท้องทะเลรอบเกาะสมุยยังมีแนวปะการังอยู่ทั่วไป  มีแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ  ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่มีชื่อเสียงของ  หมู่เกาะสมุย   ไม่เพียงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเท่านั้น "เกาะสมุย" ยังพร้อมไปด้วยโรงแรม   ที่พัก   รีสอร์ท สนามกอล์ฟ สปา ร้านอาหาร สถานบันเทิง บริการนำเที่ยว   และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน   ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เคยมาเยือน "เกาะสมุย"   แล้วต้องหวนกลับมาอีกครั้ง  เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก   ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ก็ต่างขนานนามให้เกาะสมุยว่าเป็น "สวรรค์กลางอ่าวไทย"
"เกาะสมุย" เป็น เกาะที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวไทย ห่างจากสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันออก 84   กิโลเมตร พื้นที่ 1 ใน 3   ของเกาะเป็นที่ราบรอบล้อมไปด้วยภูเขา  ช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงคลื่นลมสงบจึงเหมาะแก่การท่อง เที่ยวมากที่สุด
"ตะลอนตามอำเภอใจ" มีโอกาสมาเยือนที่ "เกาะสมุย" นอกเหนือจากน้ำทะเล และหาดทรายที่สวยงาม ที่นักท่องเที่ยวต่างรู้จักกันดีแล้ว "ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวและไม้มะพร้าว" ยังเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ของเกาะสมุย ที่ผมมีโอกาสแวะเวียนมาเยือน และอยากเล่าสู่กันฟัง
ที่สำคัญ "ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวและไม้มะพร้าว"  ทำมาจากไม้และกะลามะพร้าว ซึ่งหาได้ทั่วไปบนเกาะสมุย โดยเฉพาะสมุยหัตถกรรม เป็นกลุ่มผู้ผลิตและออกแบบผลิตภัณฑ์จากไม้และกะลามะพร้าว ระดับสินค้า 4 ดาว จากเกาะสมุย ตั้งอยู่ที่บ้านสระเกศ ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซื้อหาได้ที่ร้านบริเวณหินตาหินยาย และที่นี่นอกจากจะผลิตแล้ว ยังมีร้านจำหน่ายแบบขายปลีกอีกด้วย
         "คุณสุนทร โพธิ์น้อยงาม" ผู้นำกลุ่มผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าวและไม้มะพร้าว ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย
บอกว่า จากแนวโน้มราคาของมะพร้าวที่สูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตผลงาน จากกะลาและไม้มะพร้าวของกลุ่มสินค้าโอทอป เนื่องจากวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น แต่ทางกลุ่มผลิตภัณฑ์ ยืนยันว่าจะผลิตผลงานต่อไป เพราะวัตถุดิบส่วนหนึ่ง ทางกลุ่มฯสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น จากต้นมะพร้าวที่ชาวบ้านโค่นทิ้งแล้ว และหาช่องทางในการหาซื้อมะพร้าวเพิ่มเติม โดยยังคำนึงถึงสภาพแวดล้อมของเกาะสมุยด้วย
       ผู้นำกลุ่มผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าวและไม้มะพร้าวเกาะสุมย บอกอีกว่า "เกาะสมุย" ได้เปรียบในเรื่องการหาวัตถุดิบมาทำผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเป็นเกาะที่มีมะพร้าวมาก แต่ทั้งนี้ การแปรรูปกะลาและไม้มะพร้าวมาเป็นสินค้าโอท็อป ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมด้วย ทางกลุ่มจึงนิยมนำไม้มะพร้าวที่เหลือใช้มาผลิตเป็นสินค้า เพราะนอกจากจะประหยัดต้นทุนแล้วยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย
     "คุณสุนทร" เล่าว่า ในช่วงแรกของการเริ่มทำผลิตภัณฑ์กะลาและไม้มะพร้าว นั้นต้องอาศัยทักษะความสามารถเฉพาะตัวที่พอมีมาบ้าง  พอทำนานเข้าก็เกิดความชำนาญ ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผลิตงานได้มากชิ้น สินค้ามีคุณภาพดีขึ้น จนลูกค้ารู้จัก และบอกต่อๆกันไป นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาะสมุย ส่วนใหญ่ต้องแวะเวียนมาซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร้าน จนรู้จักกันแพร่หลาย กลายเป็นสินค้า
ที่นักท่องเที่ยวที่ เมื่อมาสมุย ต้องเดินทางมาซื้อ เพื่อเป็นของที่ระลึก
นำไปฝากกัน  ที่ผ่านมา ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ให้คำแนะนำปรึกษาในการประกอบธุรกิจและการพัมนาบรรจุภัณฑ์ให้ดูสวยงาม ตลอดจนการส่งเสริมนวัตกรรมอุตสาหกรรมสู่เชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2548  จนกลุ่มผลิตภัณฑ์มีความเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ
  ช่วงสุดท้ายของ"ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันนี้ ผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าวและไม้มะพร้าวเกาะสุมย ถือเป็นสินค้าโอทอป หรือสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งจับจ่ายซื้อหาของใช้ ของฝาก
ที่ช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศของเรา และเป็นอีกช่องทางที่ชาวบ้านจะสามารถขายสินค้าจากฝีมือของตัวเองได้ ให้นักท่องเที่ยวและคนไทยด้วยกันได้ช่วยกันอุดหนุนสินค้าไทย  
         ถือเป็นรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถกลับไปสู่ท้องถิ่นได้โดยตรง และก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพสินค้า เพื่อการส่งออกไปสู่ตลาดโลกในอนาคตต่อไป
                                               นวย  เมืองธน
  ************************
"ผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว
และไม้มะพร้าวเกาะสุมย ถือเป็นสินค้าโอทอป หรือสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งจับจ่ายซื้อหาของใช้ ของฝาก ที่ช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศของเรา และเป็นอีกช่องทางที่ชาวบ้านจะสามารถขายสินค้าจากฝีมือของตัว
 เองได้ ให้นักท่องเที่ยวและคนไทยด้วยกันได้ช่วยกันอุดหนุนสินค้าไทย ถือเป็นรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถกลับไปสู่ท้องถิ่นได้โดยตรง"