วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

ภารกิจอส.อ.โป่งน้ำร้อนต้านเสพติดแนวชายแดน

         ตะลอนตามอำเภอใจ-ช่วงเกือบจะปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 20 – 21 มกราคม 2554 ผมมีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานภารกิจสมาชิก อส.ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ของกองร้อยกองอาสารักษาดินแดน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ถือเป็นอะไรที่เปิดหูเปิดตาและได้ความรู้มาเติมคลังสมองอีกพอสมควร
     ที่สำคัญการลงพื้นมาอำเภอโป่งน้ำร้อน ครั้งนี้ยังทำให้ผมเห็นการทำงานของอส.อ.โป่งน้ำร้อน ชนิดที่เรียกได้ว่าประกบติด "คุณไปไหนผมไปด้วย คุณมีภาระกิจทำอะไรตรงไหนนำไป ผมจะขอตามไปดู"
      ภาระกิจจุดแรกของอส.อ.โป่งน้ำร้อน ที่ นายกองตรีพจน์  รักความสุข  นายอำเภอโป่งน้ำร้อน ในฐานะผู้บังคับกองร้อยกองอาสารักษาดินแดน อำเภอโป่งน้ำร้อน นำคณะสื่อมวลชนสัญจรและคณะผู้บริหารของกรมการปกครอง ที่นำโดยนายทรงพล ใจกริ่ม เลขานุการกรมการปกครอง  มาดูภาระกิจ  คือดูการตั้งจุดสกัดด่านเขาเกลือ ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำน้ำร้อน ในการตรวจจับสิ่งผิดกฎหมาย อาทิ แบงค์ เหล้า บุหรี่
ปลอม ยาเสพติด อาวุธสงคราม และตรวจคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
      โดยร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอโป่งน้ำร้อน ทหารนาวิกโยธินในพื้นที่รับผิดชอบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งถือว่าอส. อ.โป่งน้ำร้อน ได้แบ่งเบาภาระกิจของทหาร ตำรวจ ที่ด่านเขาเกลือ นี้ได้เป็นอย่างดี แม้แสงแดดจะแรงขนาดไหน แต่คณะสื่อมวลชนที่มาสัญจรในครั้งนี้ ก็ไม่ย่อท้อในการเกาะติดการทำงานของอส.ครับ "คุณโบกรถขอตรวจค้น ฉันเตรียมกล้องไว้เก็บภาพทำข่าวด้วย คุณเรียกรถ
ทัวร์โดยสารจอดไหล่ทาง และขึ้นไปตรวจบนรถโดยสาร ว่ามีต่างชาติลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่ ฉันก็ตามขึ้นไปเก็บภาพอีกเหมือนกัน" ผมว่าภาระกิจของอส. อ.โป่งน้ำร้อน ในวันนั้นคงไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่หรอกแต่อาจจะเหนื่อยกับการที่สื่อมวลชนเกาะติดดูภาระกิจของอส.เสียมากกว่า
    "นายอำเภอโป่งน้ำร้อน" กล่าวถึงบทบาทภาระกิจของอส.อ.โป่งน้ำร้อน ในการส่งเสริมแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ว่าทางอำเภอโป่งน้ำร้อนได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว โดยอส.อ.โป่งน้ำร้อน ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ในการบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาภาระกิจของอส.อ.โป่งน้ำร้อน ได้ดำเนิน
การอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของการป้องกันปราบปรามการแพร่ระบาดยาเสพติด งานด้านความมั่นคง และด้านทรัพยากรณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
      สำหรับจุดที่สองที่นายกองตรีพจน์  รักความสุข  นายอำเภอโป่งน้ำร้อน พาคณะสื่อ ดูภาระกิจอส. อ.โป่งน้ำร้อน คืองานหมู่บ้านเข้มแข็งเอาชนะปัญหายาเสพติด ที่บ้านดงจิก หมู่ 5 ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน การดูงานที่บ้านดงจิก แห่งนี้ แสงแดดไม่ค่อยร้อนแล้วครับ เพราะดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ คนงานชาวกัมพูชา ที่มารับจ้างเก็บลำไยในสวนฝั่งไทย  กำลังทยอยเดินทางกลับบ้านของตัวเองที่กัมพูชา
ภาระกิจอส.อ.โป่งน้ำร้อน ที่จุดนี้ ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน มีการทำงานร่วมกับตำรวจ ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติด และหาสารเสพติดจากคนงานชาวกัมพูชา ที่อาจจะมีการลักลอกนำยาเสพติดติดตัว หรือซุกเข้ามาในฝั่งไทย รวมถึงตรวจดูบัตรแรงงานต่างด้าวว่าเข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทุกฝ่ายประสานความร่วมมือบูรณาการในการทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี
     นายกองตรีพจน์  รักความสุข  นายอำเภอโป่งน้ำร้อน บอกว่า ที่บ้านดงจิก แห่งนี้เป็นหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง  หรืออพป. มีคณะกรรมการบริหารงานของหมู่บ้าน คือ นายสำเริง ไชยเชตุ  ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5  เป็นประธานกลางหมู่บ้าน บริหารจัดการร่วมกับฝ่ายต่างๆ แก้ไขปัญหาโดยประสานงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลทับไทร 
มีนายกอบต.ทับไทร เป็นผู้บริหาร ประสานกันในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ในส่วนของหมู่บ้านอพป.จะดูแลในเรื่องของความสงบเรียบร้อย และประสานงานกับอส. อ.โป่งน้ำร้อน ในการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดโดยเป้าหมายของอำเภอโป่งน้ำร้อน ต้องการให้บ้านดงจิกแห่งนี้ ปลอดจากยาเสพติด และเสริมสร้างให้ประชาชนในหมู่บ้าน ช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด ไม่มีผู้เสพ และผู้ค้า
    ส่วนจุดที่สาม ในเช้าวันใหม่ ผมและสื่อมวลชนคนอื่นๆได้ร่วมสังเกตการณ์ การทำงานของสมาชิก อส. อ.โป่งน้ำร้อน ในการตรวจค้นบุคคลและสิ่งของผิดกฎหมาย บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม หรือ ตลาดชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านแหลม ตั้งอยู่ที่บ้านแหลม หมู่ 4 ตำบลเทพนิมิต ห่างจากที่ว่าการอำเภอโป่งน้ำร้อน 46 กิโลเมตร เป็นตลาดที่มีการค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภค
 ตามแนวชายแดน มีการส่งเสริมอาชีพราษฎรในการทำเฟอร์นิเจอร์จากไม้ เพื่อจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไป และนักท่องเที่ยว อีกทั้งสามารถเดินทางเข้าไปซื้อสินค้าบริเวณชายแดน ของสองประเทศได้โดยสะดวกและปลอดภัย การข้ามแดนอนุญาตเฉพาะผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีเท่านั้น ระหว่างเวลา 07.00-20.00 น. ตลาดนี้ห่างจากเมืองพระตะบอง 96 กิโลเมตร การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด แต่จะอยู่เลยไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถือว่าได้บรรยากาศสำหรับการมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันนี้ครับ
     และจุดสุดท้าย คือการเยี่ยมชมกิจกรรมและร่วมงาน"โครงการค่ายผู้นำเยาวชนคนกล้าอำเภอโป่งน้ำร้อน" รุ่นที่ 1/2554 ณ ที่ค่ายเทวาพิทักษ์ ในหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน อ.โป่งน้ำร้อน ภาย
ใต้โครงการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดแบบครบวงจร โดยนายกองตรีเอกชัย พรพรรณประภา ปลัดความมั่นคงอำเภอโป่งน้ำร้อน ในฐานะผู้ช่วยผู้บังคับกองร้อยกองอาสารักษาดินแดน อำเภอโป่งน้ำร้อน บอกว่า ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดอำเภอโปร่งน้ำร้อน ได้ประสานทุกภาคส่วนจัดทำโครงการค่ายผู้นำเยาวชนคนกล้าอำเภอโป่งน้ำร้อนขึ้น ในระหว่างวันที่ 15-29 มกราคม 2554 รวม 14 วันโดยมีเยาวชนในพื้นที่จำนวน 50 คน เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพและพัฒนาจิตใจให้มีภูมิคุ้มกัน ไม่หลงผิดไปติดยาเสพติด และเป็นเยาวชนสร้างสรรคุณภาพ คุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศใน
 อนาคต การฝึกอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะวิทยากรจากโรงพยาบาลโป่งน้ำร้อน คณะครูฝึกจากกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน คณะอาจารย์โป่งน้ำร้อนวิทยาคม  และได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง รวมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ค่ายเทวาพิทักษ์ อำเภอโป่งน้ำร้อน ที่ได้อนุญาติให้ใช้สถานที่ และนำเจ้าหน้าที่มาช่วยในการฝึกอบรมตลอดโครงการด้วย
      สำหรับภาระกิจการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ของอส. อำเภอโป่งน้ำร้อน ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 5 รั้วป้องกัน รั้วที่ 1  รั้วชายแดน คือการสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดน อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล  โดยชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.โป่งน้ำร้อน สภ.บ้านแปลง  ฉก.นย.จันทบุรี , ฉก.ทพ.นย , ตชด.115 ,สมาชิก อส.อ.โป่งน้ำร้อน, กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน จับกุมผู้ค้า จำนวน 39  ครั้ง  ผู้ต้องหา  51  คน  แยกเป็นคนไทยในพื้นที่  จำนวน  12 คน  คนไทยนอกพื้นที่  จำนวน  23  คน  ชาวกัมพูชา  จำนวน  16  คน  ของกลาง ยาบ้าสีส้ม อักษร WY จำนวน  30,728   เม็ด  ยาบ้าสีเขียว  จำนวน  320  เม็ด ยาบ้าแตกเป็นผง  4  กรัม  ยาไอซ์  2.7  กรัม  กัญชาแห้ง  117.11  กรัม  พืชกระท่อม  11  ใบ
 จับกุมผู้เสพยาเสพติด จำนวน  26  ครั้ง  ผู้ต้องหา  31  คน แยกเป็นคนไทยในพื้นที่  จำนวน 20  คน คนไทยนอกพื้นที่  จำนวน 11 คน  จัดกำลังผสม สกัดกั้น  ณ  จุดตรวจถนนสายหลักชายแดน จำนวน  4   จุด  โดยสนธิกำลังข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อส. และผู้ประสานพลังแผ่นดิน  ตามโครงการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน  จำนวน  44   ครั้ง  ไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด และจัดกำลังเข้าพื้นที่เฝ้าระวังเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติดโดยการสนธิกำลังข้าราชการฝ่ายปกครอง  ตำรวจ กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  สมาชิก อส. ตั้งด่านตรวจ  ตามโครงการบริหารจัดการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของฝ่ายปกครอง  จำนวน  15  ครั้ง  ไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด
            รั้วที่ 2 รั้วชุมชน คือการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน ผู้นำหมู่บ้าน  ส่วนราชการต่าง ๆ กลุ่มพลังมวลชน  ทำบุญฉลองกองทุนแม่ของแผ่นดิน พร้อมเปิดป้ายที่ทำการกองทุน   จำนวน  5  หมู่บ้าน  ที่ บ้านดงจิก 5  บ้านใหม่ 4  บ้านบึงชนังล่าง  บ้านโพธิ์ 1 และบ้านเสียมจับ  อส.อ.โป่งน้ำร้อน  ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน  ได้ดำเนินการจัดชุดปฏิบัติการประจำตำบลจัดทำประชาคมโดยวิธีลับ  เพื่อค้นหาผู้ค้า ผู้เสพ ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในหมู่บ้าน ตามโครงการจัดทำประชาคมเพื่อค้นหาผู้เสพ ผู้ค้า และผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยวิธีลับ  จำนวน 9 ครั้ง  ไม่พบผู้กระทำผิดอย่างใดเมื่อวันที่  29 เมษายน - 25  พฤษภาคม  2553  อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน และกับกองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายใน  ภาค 1 ส่วนแยก 3 ได้จัดให้มีการฝึกอบรมโครงการจัดตั้งราษฎรอาสาป้องกันภัยยาเสพติด   เพื่อจัดตั้งกลุ่มพลังมวลชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชนตามแนวชายแดน  โดยใช้ชื่อกลุ่มพลังมวลชนนี้ว่า "ราษฎรอาสาป้องกันภัยยาเสพติด  "จำนวน  5  รุ่น ๆ ละ  45 คน
        อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน  ประชุมองค์กรประสานพลังแผ่นดินระดับตำบล จำนวน  5  ตำบล  เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน/ชุมชน ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายองค์กรประสานพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด จำนวน  25  ครั้ง  เมื่อวันที่  9  สิงหาคม 2553  อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน  จัดกิจกรรมระดมทุนสมทบกองทุนแม่ของแผ่นดิน ภายในหมู่บ้าน/ชุมชนส่วนราชการทุกหน่วยงาน  เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ "มหกรรมหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน : รวมใจไทยทั้งชาติ พิทักษ์ราชด้วยภัคดี " เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  78  พรรษา 12 สิงหาคม 2553  มีผู้ระดมทุนกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 40,809 บาท  เมื่อวันที่ 9  กันยายน  2553  อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน ศตส.เทศบาลตำบลคลองใหญ่  ฝึกอบรมค่ายพัฒนาครอบครัวไทยห่างไกลยาเสพติด  ณ  สำนักงานเทศบาลตำบลคลองใหญ่  เพื่อให้ผู้เข้าร่วมตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัวและผลกระทบในเรื่องอบายมุขและยาเสพติด มีผู้เข้ารับการ
ฝึกอบรม  จำนวน  45  คน                   
           รั้วที่ 3  รั้วสังคม คือการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน  ตั้งด่านตรวจ และจัดระเบียบสังคม  โดยสนธิกำลังข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสมาชิก อส.  ตามโครงการบริหารจัดการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของฝ่ายปกครอง จำนวน  7  ครั้ง  ไม่พบผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด  อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน  เจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณสุข  ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ  เป็นประจำสัปดาห์ ๆ ละ  3  ครั้ง  ไม่พบผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด
       เมื่อวันที่ 8  มิถุนายน 2553 อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน ส่วนราชการและวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี  จัดระเบียบสถานบริการในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน โดยการเชิญเจ้าของกิจการและพนักงานตรวจปัสสาวะทุกร้านพร้อมกัน  ผลปรากฏว่าไม่พบผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด เมื่อวันที่  26 และ30  สิงหาคม 2553  กองร้อย อส.อ.โป่งน้ำร้อน  ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน ชุดปฏิบัติการจังหวัดจันทบุรี กวดขันสถานประกอบการ และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด                  
        รั้วที่ 4 รั้วโรงเรียน  คือโรงเรียนป้องกันยาเสพติด   อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน โรงเรียนในพื้นที่ทุกแห่ง สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันยาเสพติดให้กับนักเรียน โดยการจัดกิจกรรมพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิต โดยการสอนเยาวชนให้รู้จักปฏิเสธยาเสพติด  รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์   การเล่นกีฬา   ศิลปะ  จัดกลุ่มเพื่อที่ปรึกษาเพื่อน  ครู/อาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ปรึกษาเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยง เมื่อวันที่  25  - 28  มิถุนายน  2553  กองร้อย อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน ชุดปฏิบัติการที่  12   หน่วยเฉพาะกิจจัดระบบป้องกันเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนจันทบุรี จัดการฝึกอบรมชุมชนเข้มแข็งต่อต้านยาเสพติด ให้กับเยาวชนในพื้นที่ ตำบลหนองตาคง และตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จำนวน 50 คน ณ อาคารพลศึกษา โรงเรียนหนองตาคงพิทยาคาร
        รั้วที่ 5. รั้วครอบครัว  คือครอบครัวสีขาว  ครอบครัวเข้มแข็ง  กองร้อย อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน พัฒนาชุมชนอำเภอโป่งน้ำร้อน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกสำรวจ ครัวเรือนและทำความเข้าใจให้กับหัวหน้าครอบครัว ถึงพิษภัยของยาเสพติด  เพื่อความเข้มแข็ง
        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันนี้  ผลงานการปฎิบัติภาระกิจของ อส.อ.โป่งน้ำร้อน เมื่อวันที่  8  มิถุนายน2553  อส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน ส่วนราชการและวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี จัดระเบียบ สถานบริการตำบลชายแดน  โดยการเชิญเจ้าของกิจการและพนักงานตรวจปัสสาวะทุกร้านพร้อมกัน  ผลปรากฏว่าเหตุการณ์ปกติ  และอส.อ.โป่งน้ำร้อน ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน ประชุมประชาคมลับ (ซ้ำ) ร่วมกับหมู่บ้าน ผลปรากฏว่าไม่มีผู้เสพ ผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่แต่อย่างใด  จึงประกาศเป็นหมู่บ้านสีขาว  ส่วนภาระกิจ ในการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด  อส.อ.โป่งน้ำร้อน ก็ได้ร่วมกับ ศตส.อ.โป่งน้ำร้อน  นำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ที่ผ่านการ Re X – Ray  เข้ารับการบำบัด ตามโครงการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดแบบครบวงจร  ในปีงบประมาณ  2553  จำนวน  8  รุ่น  รวม 18  คน  ณ  วิทยาลัยลูกผู้ชาย ศูนย์พัฒนาชีวิตใหม่จังหวัดจันทบุรี กองร้อย อส.จว.จบ ที่ 1...วันนี้ คงต้องลาไปก่อน สำหรับเรื่องราวภาระกิจของอส.อ.โป่งน้ำร้อน คุณผู้อ่านคงจะได้รู้จักบทบาทการทำงานของอส.ไม่มากก็น้อยครับ.....!!!!
                                                 นวย  เมืองธน
********************************************

วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

อ่างเก็บน้ำดอกกรายชิว..ชิวที่"ปลวกแดง"

       "ตะลอนตามอำเภอใจ"-อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องของ "สับปะรดหวาน" จนถึงขนาดที่ว่า ช่วงเดือนเมษายน ของทุกปี ต้องมีการจัดงาน "สับปะรดหวานอำเภอปลวกแดง"
    ถือเป็นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปได้ร่วมส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นให้สืบไป และเพื่อให้หน่วยงานของภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรประชาชน ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม เพื่อสร้างความสมานฉันท์ รู้รักสามัคคี เพื่อเป็นพลังในการพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป
เท่าที่ผมจำได้ในช่วงที่คุณสยุมพร ลิ่มไทย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ก็มีการตั้งคณะการทำงานสับปะรดแบบบูรณาการ มีการจัดประชุมกัน เพื่อหาแนวทางการป้องกันราคาสินค้า ผลผลิต การลดต้นทุน การใช้ยา ใช้น้ำ ใช้ปุ๋ยและดิน หาข้อสรุปยุติและป้องกันในเรื่องผลผลิต สับปะรดต่างๆ นอกจาก อำเภอปลวกแดง จะมีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องของ "สับปะรดหวาน" แล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆอีกหลายแห่ง
ผมมีโอกาสแวะเวียนผ่านมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่อ่างเก็บน้ำดอกกลาย ตั้งอยู่ในอำเภอปลวกแดง ริมทางหลวงหมายเลข 3191 ห่างจากตัวเมืองระยอง 35 กิโลเมตร ถือเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป
ทั้งในจังหวัดระยอง และในจังหวัดแถบภาคตะวันออก และอื่นๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริจังหวัดระยอง-ชลบุรี ซึ่งมุ่งให้ความรู้ด้านการพัฒนาการเกษตรและศิลปาชีพพิเศษแก่ราษฎร
อ่างเก็บดอกกราย มีพื้นที่ 8,000 ไร่ ปริมาณเก็บน้ำ 74 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นสถานที่เก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญแห่งหนึ่ง ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพทางการเกษตรด้วยการทำไร่สับปะรด ไร่มันสำปะหลัง ที่สำคัญยังเป็นศูนย์กลางส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเทียวและพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย
       อ่างเก็บดอกกราย ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ อีกแห่งของจังหวัดระยอง เพราะด้วยสภาพธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ แถมบริเวณอ่างเก็บน้ำยังกว้างขวาง มีความงดงามของร่มไม้
ที่เขียวขจี
ส่วนบรรยากาศคงไม่ต้องบรรยายกันมากมาย เพราะเหมาะสำหรับการผักผ่อนแบบสบายๆ นั่งชมวิว
 ทิวทัศน์ หรือแม้แต่ใครที่ชอบกีฬาตกปลา ฟิชชิ่ง (fishing) ผมว่าคงไม่ผิดหวัง ไม่ว่าจะมือสมัครเล่น หรือมืออาชีพ เชื่อว่าช่วยให้ชิว...ชิวเพลินๆไม่มากก็น้อย
แต่สำหรับผมไม่ชอบทำบาปครับ ชอบดูเค้าตกปลากัน เพราะอยู่แผนกนั่งจิบ วิพากวิจารย์ และรอกินอย่างเดียวฮ่าๆ จะว่าไปแล้วการได้ตกปลา ก็ยังมีประโยชน์ในด้านความสุขทางกายใจ สำหรับผู้ชื่นชอบในด้านการตกปลาเป็นอย่าง ถ้าได้นั่งเรือสัมผัสวิถีชีวิต เกี่ยวกับการหาปลาของชาวบ้านด้วยแล้ว ผมว่าหลายคนคงลืม เสียงเมียที่บ้านบ่นงุบงิบ...งุบงิบไปชั่วขณะหนึ่งน่ะ (ล้อเล่น) อิอิ
 ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" อ่างเก็บดอกกราย นอกจาก จะเป็นศูนย์พัฒนาด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่องจากพระราชดำริ แล้ว
ถ้าใครชอบชิว...ชิว ประหยัดเงินในกระเป๋า ก็หาเสื่อ หอบเสบียงมาปูกันบริเวณริมอ่างน้ำก็ได้ นั่งพักผ่อนตามอัธยาศัยอย่างลงตัว

เหมือนกัน ส่วนใครชอบจิบชอบดื่น ชอบกินอาหารตามร้าน บริเวณรอบอ่างเก็บดอกกราย ก็มีหลายร้าน ที่มีชื่อเสียง และคอยเติมเต็มความสุขให้กับนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาแวะเวียน
"อ่างเก็บดอกกราย" แห่งนี้
ซึ่งเปรียบเหมือนมนต์เสน่ห์ แห่งหนึ่งของอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ใครว่างผ่านมาก็ลองมา "ลันลา" กันดู
ส่วนผม "ลันลา" จนมึนมาแล้ววันนี้ขอลาไปก่อน ในโอกาสปีใหม่ 2554 ปีกระต่ายทอง ขอให้คุณผู้อ่าน "ตะลอนตามอำเภอใจ" ทุกๆท่านอย่าเจ็บอย่าไข้ ร่ำรวย เงินทองกันถ้วนหน้า วันนี้บาย....ครับ.....!!!
                            นวย  เมืองธน

************************************************