วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553

"น้องหมา" มือปราบลักลอบค้าสัตว์ป่า


               "ตะลอนตามอำเภอใจ"-ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 ธ.ค.) ตรงกับ"วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ" ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 ถือเอาวันนี้ของทุกปี จัดงานเพื่อกระตุ้นเตือนประชาชนให้มีจิตสำนึกรัก หวงแหน และช่วยกันปกป้องทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า โดยในปีนี้ ถือได้ว่า ก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของการออกพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ที่ได้มีการประกาศใช้มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2503 ซึ่งในปีนี้ คุณสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน
ภายในงานนอกจากจะมีสัตว์ป่าสงวน นานาชนิดที่นำมาแสดงให้ประชาชนชมแล้ว ยังมีซุ้มนิทรรศการจากหน่วยงานต่างๆมาแสดงให้ความรู้ด้านสัตว์ป่า การสาธิตตรวจดีเอ็นเอสัตว์ และการเล่นเกมต่างๆอีกด้วย งานวันดังกล่าวผมมีโอกาสแวะเวียนผ่านมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาเห็นจะเป็นบรรดา "เจ้าตูบ" สุนัขสายพันธุ์ ลาบราดอร์ ของสำนักงาน
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมด้านสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ที่มาฝึกแถวพร้อมครูฝึกของหน่วยงานนี้ ตั้งแต่เช้าเพื่อรอต้อนรับท่าน "รมต.สุวิทย์" และคุณสุนันท์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานฯ มาเปิดงาน ด้วยความน่ารักและความฉลาดเฉลียวของบรรดาเจ้าตูบผมอดไม่ได้ที่จะสอบถามถึงที่มาทีไป ของสุนัขลาบราดอร์

เหล่านี้ ว่ากรมอุทยานฯ เค้านำสุนัข มาไว้ทำอะไรกัน ก็เลยได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณปราโมท อรกิจ หัวหน้าสำนักงาน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมด้านสัตว์ป่า ก็เลยถึงบางอ้อ...อ๋อไม่ใช่สิ ก็เลยได้รู้ว่า โครงการนี้เริ่มมาปีเศษๆ
โดยการเอาบรรดา "เจ้าตูบ" เหล่านี้ไปฝึกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และขยายผลไปฝึกที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ โดยขณะนี้ กรมอุทยานฯ ได้อนุมัติ สำนักงาน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมด้านสัตว์ป่า โดยการปฎิบัติงานที่ผ่านมาสัมฤทธิ์ผลเป็นที่น่าพอใจต่อทุกภาคส่วน ที่มีความสนใจต่อภาระกิจของ "น้องหมา" โดยมีการจัดตั้งหน่วยป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมด้าน
สัตว์ป่าที่ 1 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ดจ.นครสวรรค์ โดยใช้จ.นครสวรรค์ เป็นเซ็นเตอร์ หรือศูนย์กลาง ส่วนหน่วยที่ 2 ตั้งอยู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่วนการทำงานจะเน้นการตรวจสอบเป็นหลัก และทำงานร่วมกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีการร้องขอมา
     คุณปราโมท อรกิจ หัวหน้าสำนักงานฯ บอกว่า การฝึกสุนัข ดังกล่าวจะเน้นฝึกให้สุนัขดมกลิ่นสัตว์ป่า การลักลอบขนย้ายสัตว์ป่า เพราะผู้ที่ลักลอบค้าสัตว์ป่าจะใช้วิธิการที่แยบยลในการตบตาเจ้าหน้าที่ จึงทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ฯ ค่อนข้างลำบาก ส่วนการเลือสุนัขสายพันธุ์ ลาบราดอร์ มาฝึกเนื่องจาก สุนัขสายพันธุ์ นี้มีปราสาทที่จมูกดีอยู่ในลำดับที่ 3 ของสุนัขสายพันธุ์ ต่างๆขณะนี้
โดยระยะเวลาฝึกสุนัขเหล่านี้ จะใช้เวลาฝึกประมาณ 4 เดือน เนื่องจากสุนัข "ลาบราดอร์" เหล่านี้มีความฉลาดเฉลียวอยู่ในตัวอยู่แล้ว จึงค่อนข้างฝึกง่ายและไม่ลำบากเท่าที่ควร โดยล่าสุด "น้องหมา" เหล่านี้ ได้โชว์ผลงานจับนกปรอทหัวโขน ที่ลักลอบขนมาทางรถยนต์ ที่อ.พยุหคิรี จ.นครสวรรค์ ในขณะเดียวกันยังสามาถช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจจับยาเสพติดได้ด้วย
แต่ภาระกิจหลักของสุนัขเหล่านี้ จะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ และเน้นการตรวจพิสูจน์ซากสัตว์ ที่ลักลอบนำมากับรถยนต์ ตามตลาดสด หรือร้านค้าต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯเข้าไปตรวจค้น
     คุณปราโมท กล่าวว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ฯ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมด้านสัตว์ป่า ไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว ที่ผ่านมา หน่วยงานของทหาร และตำรวจ ก็มาให้ความรู้แลกเปลี่ยนกันในการเพิ่มประสิทธิภาพของ "น้องหมา" ในหน่วยงานของเรา ปัจจุบันแม้ผลการทำงานของสุนัข เหล่านี้จะเป็นที่น่าพอใจ แต่ก็ยังต้องมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก
ในการดมแยกพิสูจน์ซากสัตว์ หรือซากพืช ปัจจุบันสุนัขลาบราดอร์ เหล่านี้ มีอยู่ด้วยกัน 14 ตัว โดยอยู่ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ 7 ตัว และอยู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 7 ตัว
"เนื่องในโอกาส "วัน
 คุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ" ผมจึงอยากวิงวอน หากใครที่ยังคิดลักลอบล่าสัตว์ป่า หรือค้าสัตว์ป่า ขอให้หยุดเสีย เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว แถมในอนาคตสัตว์ป่าสำคัญๆ หายากอาจสูญพันธุ์ เราควรจะอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานไทยในอนาคตได้พบตัวจริงบ้าง ไม่ใช่ได้เห็นเห็นเพียงเฉพาะรูปภาพ หรือรูปถ่ายกัน" คุณปราโมท กล่าว
        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมคงต้องทิ้งท้ายว่า แม้การนำสุนัขลาบราดอร์ ที่มีความสามารถดมกลิ่นได้ดีจะช่วยให้ตรวจค้นซากสัตว์ ป่าได้อย่างละเอียด และช่วย
 เหลือเจ้าหน้าที่ในการจับกุมผู้กระทำผิดได้มากขึ้นก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือการปราบปรามขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่า โดยการผนึกกำลังทุกภาคส่วนในการสร้างเครือข่ายอาสาสมัคร
ทั้งเยาวชนและชาวบ้านช่วยสอดส่องดูแล ชี้เบาะแสให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อนำมาสู่การจับกุมขบวนการค้าและลักลอบสัตว์ป่า จนสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ "น้องหมา" มือปราบตรวจจับสัตว์ป่า ของกรมอุทยานฯ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น....!!!!

                        นวย เมืองธน
***************************************



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น