วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553

"ผักหวานป่า" ปลอดสารพิษ "สร้างรายได้งาม" ที่อ.บ้านหมอ

         ตะลอนตามอำเภอใจ-"ผักหวานป่า" เป็นผักพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จัก และเป็นที่กล่าวขานของคนทั่วไป "ผักหวานป่า" เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางมีอยู่ในป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีขึ้นอยู่เกือบทุกภาคของประเทศไทย เช่น ภาคเหนือ ที่จ.เชียงใหม่ ตาก เชียงราย ภาคกลางในเขตจ.ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี และภาคใต้ ที่จ.สุราษฎร์ธานี จัดเป็นผักพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคโดยทั่วไป เพราะมีรสชาติ หวานมัน กรอบ อร่อย เดิม "ผักหวานป่า" เป็นผักพื้นบ้านที่ขึ้นอยู่ตามแหล่งธรรมชาติในท้องถิ่น
แต่ปัจจุบันด้วยภูมิปัญญาของเกษตรกร อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี "ผักหวานป่า" ได้ถูกพัฒนาด้านการขยายพันธุ์ จนประสบความสำเร็จ จึงได้นำต้นกล้ามาปลูกขยายพันธุ์ที่แบบสภาพไร่ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น "ผักหวานป่า" ที่อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ได้รับการอนุรักษ์จากบรรพบุรุษหลายชั่ว อายุคน ซึ่งพบว่ามีต้น"ผัก
หวานป่า" ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี อยู่ที่อ.บ้านหมอ แห่งนี้ครับ
เมื่อช่วงปี 2544 มีพื้นที่ปลูกประมาณ 500 ไร่เศษเท่านั้น แต่เมื่อความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ภาครัฐจึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูก"ผักหวานป่า" จนในปัจจุบันพบว่ามีพื้นที่
ปลูกกว่า 1 พันไร่  เกษตรกรประมาณ 341 ครัวเรือน ในต.สร่างโศก ต.หนองบัว ต.บางโขมด ต.ตลาดน้อย
    *ผมหยิบยกเรื่อง "ผักหวานป่า" มาเขียนถึงก็ด้วยเหตุที่ว่า ผมมีโอกาสเดินทางไป "ตะลอนตามอำเภอใจ" เยี่ยม"กลุ่มผักหวานป่า" ต.หนองบัว อ.บ้านหมอ
จ.สระบุรี ที่คุณรับ พรหมมา เป็นประธาน"กลุ่มผักหวานป่า" และเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.หนองบัว แถมยังเป็นหมอดินอาสาประจำต.หนองบัว อีกด้วยครับ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณทศพร ปุระสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสระบุรี กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ที่
เป็นไกด์ พาคณะสื่อมาเยี่ยมชมกลุ่มผักหวานป่า จึงได้รู้ว่า "ผักหวานป่า" ของอ.บ้านหมอ นอกจากจะมีชื่อเสียงในด้านการแปรรูป"ผักหวานป่า" มาเป็นอาหารต่างๆ อาทิ ชาผักหวาน คุกกี้ผักหวาน และอื่นๆแล้ว กรมพัฒนาที่ดิน ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจุลินทรีย์ จนกลายเป็น"ผักหวานป่าอินทรีย์" ด้วย
เหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่า "ผักหวานป่า" ที่อ.บ้านหมอปลอดสารพิษแน่นอน
     คุณทศพร บอกว่า "ผักหวานป่า" เป็นพืชที่มีคุณสมบัติพิเศษไม่ต้องการสารเคมีทุกประเภท จึงเป็นผักที่ปลอดภัยจากสารพิษโดยธรรมชาติ นอกจากนี้แมลงทุกชนิดไม่ชอบเกาะกินใบหรือยอดผักหวาน เกษตรกรจึงไม่ต้องใช้สารเคมีในการป้องกันแมลงแต่อย่างใด หากเกษตรกรใช้ยาฆ่าแมลง
หรือสารเคมีกับผักหวาน อาจทำให้ต้นผักหวานป่าตายได้ ปัจจุบัน เกษตรกรได้เรียนรู้นำเอา"ผักหวานป่า"มาประกอบอาหารต่างๆ มากมาย อาทิ ก๋วยเตี๋ยวผักหวาน ข้าวหน้าเป็ดผักหวาน ห่อหมกผักหวาน ไข่เจียวผักหวาน ต้มจืดหมูสับผักหวาน ทอดมันผักหวาน ยำผักหวานกรอบ ส้มตำผักหวานฯลฯ  ส่วนแกงเลียงผักหวานใส่ปลาแห้ง "ผอ.ทศพร" บอกเมนูนี้สุดยอดที่ซู๊ด ถ้ามีโอกาสผมคงต้องหาโอกาสพิสูจน์แน่นอนครับท่าน 

     คุณรับ พรหมมา ประธานกลุ่มผักหวานป่า หรือผู้ใหญ่รับ บอกว่า ปัจจุบันสมาชิก"กลุ่มผักหวานป่า" จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนมี 20 ราย แต่คนที่ปลูก"ผักหวานป่า"ทั้งหมดในหมู่บ้านมี 80 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ ในการ
ผลิต"ผักหวานป่า" โดยจะมีการรวมกลุ่มสมาชิกกลุ่ม"ผักหวานป่า"เพิ่มเติมและเพิ่มพื้นที่ปลูกทุกปี เพื่อสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเพิ่มขึ้น ส่วนการขาย"ผักหวานป่า"ราคาขายของหมู่บ้านจะใกล้เคียงกัน แต่ละรายจะแตกต่างกันไม่เกิน 10 บาท/กก. เนื่องจากเกษตรกรมรการพูดคุยเกี่ยวกับราคากลางในการติดต่อซื้อขายอย่างสม่ำเสมอจึงได้ราคาขายใกล้เคียงกันทั้งหมู่บ้าน
     ส่วนเทคนิคการทำสาว"ผักหวานป่า" หรือทำให้ต้นผักหวานป่าให้เป็นทรงพุ่ม  "ผู้ใหญ่รับ" บอกว่า  เริ่มจากการเลือกต้น"ผักหวานป่า" ที่แก่จัด หรืออายุ 2 ปีขึ้นไป เพื่อให้รากผักหวานป่ามีความแข็งแรง ให้ตัดต้นผักหวานต้นเก่าทิ้งไป ให้เหลือแต่รากของ"ผักหวานป่า"ไว้ และบริเวณหลุมที่ขุดต้น"ผักหวานป่า"นั้น
 ให้บำรุง โดยการใส่ปุ๋ยคอก ในปริมาณ 15 กิโลกรัม คลุกเคล้ากับดินในหลุม แล้วรดน้ำตามเป็นประจำ พอหลังจากนั้น ประมาณ 3-4 เดือน ก็จะเห็นว่าต้นผักหวานป่าเริ่มแทงต้นขึ้นมาเป็นทรงพุ่มสวย สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว จากนั้นประมาณ 1 ปี เกษตรกรก็สามารถเก็บยอด"ผักหวานป่า"เพื่อนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้
      ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันนี้ การได้มาเยี่ยมชมสวน"ผักหวานป่า" ของ "กลุ่มผักหวานป่า" อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี  "ลันลา" มากมายครับ เพราะถือเป็นการได้มาท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศ  ได้สัมผัส "ผักหวานป่า" คาต้นก็ว่าได้ ที่สำคัญยังได้ความรู้กลับบ้านอีกมากมาย แถม

ได้ลิ้มชิมรส "ผักหวานป่า" ที่นำมาแปรรูปเป็นอาหาร ขนม และชา และได้รู้ว่าสำหรับ "ผักหวานป่า" แล้วถ้าจะกินหรือรับประทานกันจริงๆจังๆ แล้วละก็ ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้สาระพัดเมนู ที่สำคัญอดภาคภูมิใจแทนเกษตร "กลุ่มผักหวานป่า"ไม่ได้ ที่สามารถสร้างเงินสร้างงานจาก "ผักหวานป่า" จนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำกันถ้วนหน้า...วันนี้ลาไปก่อนครับ...!!!
              นวย  เมืองธน
***********************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น