วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สัมผัสธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำฯและน้ำตกเขาอีโต้

       "ตะลอนตามอำเภอใจ"-ช่วงโค้งสุดท้ายของเดือนตุลาคม ผมมีโอกาสไปตะลอนฯ ทำข่าว "วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ" ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดขึ้น ณ บริเวณพุทธอุทยานโลก ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกเขาอีโต้ ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี พอเห็นอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ หรืออ่างเก็บน้ำเขาอีโต้ ผมอดที่จะบันทึกภาพไม่ได้ ก็เลยต้องแชะแชะภาพเก็บไว้ แล้วก็เก็บข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ ถึงความเป็นมาของอ่างเก็บน้ำเขาอีโต้ เพราะคิดอยู่ในใจแล้วว่าถ้าว่างวันไหน คงต้องนำเรื่องราวมาลงใน "ตะลอนตามอำเภอใจ"
       จังหวัดปราจีนบุรี เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกของประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นจังหวัดแห่งมรดกโลก เพราะมีอุทยานแห่งชาติที่เป็นมรดกโลกถึง 3 แห่ง แถมเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เนื่องจากมีการพบซากโบราณสถานในหลายพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี ที่สำคัญยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่งด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุดในภาคตะวันออกอีกด้วย

    สำหรับจังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่ทิศเหนือติดกับจังหวัดนครนายกและจังหวัดนครราชสีมา ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดสระแก้ว ทิศใต้ติดกับจังหวัดฉะเชิงเทราและทิศตะวันตกติดกับจังหวัดนครนายกและจังหวัดฉะเชิงเทรา
    ในสมัยอยุธยาปรากฏชื่อเมืองปราจีนบุรีเป็นครั้งแรก คำว่า "ปราจีนบุรี" เป็นคำสมาส เกิดจากคำว่า "ปราจีน" กับคำว่า "บุรี" คำว่า "ปราจีน" หรือ "ปาจีน" หมายความว่า ทิศตะวันออก ส่วนคำว่า "บุรี" หมายความว่า "เมือง" รวมแล้วคำว่า "ปราจีนบุรี" หมายถึงเมืองตะวันออก

 การเขียนชื่อเมืองปราจีนบุรีแตกต่างกันไป เช่น ปราจินบุรี ปราจิณบุรี และปาจีนบุรี แต่ความหมายน่าจะหมายถึงเมืองทางตะวันออกของราชอาณาจักรไทย "ปราจีนบุรี" ในฐานะหัวเมืองชั้นในด้านทิศตะวันออก สันนิษฐานว่า ในสมัยอยุธยาตอนต้นก่อนการปฏิรูปการปกครองในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ.1991-2031) เมืองปราจีนมีฐานะเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ราชธานีคือ กรุงศรีอยุธยา โดยทางกรุงศรีอยุธยาจะส่งขุนนางมาปกครอง โดยให้ขึ้นตรงต่อเมืองหลวง

    ในสมัยธนบุรีได้กล่าวถึงเมืองปราจีนเพียงว่าเป็นเมืองที่อยู่ในเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ยกทัพจากกรุงศรีอยุธยาไปยังเมืองจันทบุรี กล่าวคือเมื่อ พ.ศ.2309 ขณะที่กองทัพพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่นั้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งเป็นพระยากำแพงเพชร ทรงเล็งเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาจะเป็นอันตราย จึงรวบรวมทหารไทย-จีน ประมาณ 1,000 คนเศษ พร้อมด้วยอาวุธออกไปตั้ง ณ วัดพิชัย
พอฝนตกพระยากำแพงเพชรจึงนำกองทัพฝั่งกองทัพพม่าออกมาจากวัดพิชัยเดินทัพต่อไป โดยมีจุดหมายอยู่ที่เมืองจันทบุรี โดยเมืองปราจีนบุรีอยู่ในเส้นทางเดินทัพ ซึ่งตามพระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับจันทนุมาศ (เจิม) ได้กล่าวไว้ว่า …เมื่อวันพุธขึ้นแปดค่ำ เดือนยี่ ยกกองทัพมาประทับที่ตำบลหนองไม้ซุง ตามทางหลวงนครนายก ประทับรอนแรม 2 วันถึงบ้านนาเริ่ง ออกจากบ้านนาเริ่งวันหนึ่งถึงเมืองปราจีน ข้ามด่านกบและหยุดพักพลหุงอาหาร ณ ฟากตะวันออกแล้วยกข้ามไปจนถึงบ่าย 5 โมง…สำหรับอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ หรืออ่างเก็บน้ำเขาอีโต้ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งพักผ่อนหย่อนใจแห่งหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านพระ อำเภอเมืองปราจีนบุรี อยู่ทางทิศเหนือของตัวเมือง บริเวณอ่างเก็บน้ำเขาอีโต้มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม แถมอากาศยังถือว่าบริสุทธิ์จริงๆ ครับ อาจจะเป็นเพราะมีร่มเงาเขาสูงที่เขียวขจี สัมผัสไอเย็นจากทะเลสาบขนาดใหญ่ที่นิ่งเงียบสงบ อาทิตย์สาดแสงส่องผ่านมากระทบบนผิวน้ำ สวยงามตามธรรมชาติ
  
จากตัวเมืองปราจีนบุรี เดินทางถึงสี่แยกเนินหอมเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 33 ระยะทางประมาณ 3 กม. จะมีทางแยกซ้ายมือระหว่างหลัก กม.ที่ 160-161 เข้าไปอีกประมาณ 2 กม. จะพบ "น้ำตกเขาอีโต้" เป็นธารน้ำไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ความสูงไม่มากนัก จากอ่างเก็บน้ำเขาอีโต้จะมีถนนขึ้นไปจนถึงยอดเขา เพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบ ระยะทางประมาณ 11 กม. และช่วง กม.ที่ 6 จะมีเนินมหัศจรรย์ คือถ้าจอดรถแล้วเข้าเกียร์ว่างไว้รถจะไหลขึ้นเนินได้ ซึ่งเกิดจากภาพลวงตาจากภูมิประเทศโดยรอบ  แต่น่าเสียดายที่ผมไม่มีโอกาสขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามบนยอดเขาแห่งนี้ เพราะมีเวลาจำกัด ต้องรีบเดินทางกลับกรุงเทพฯ เลยไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ชมกัน

        สำหรับ "น้ำตกเขาอีโต้" ตั้งอยู่ในวนอุทยานน้ำตกเขาอีโต้ มีจุดเด่นตรงที่สามารถเข้าไปนั่งพักผ่อนในแนวโขดหินของตัวน้ำตกได้ และสามารถสัมผัสกับสายน้ำที่ไหลผ่านตลอดแนวโขดหินได้อย่างใกล้ชิดที่สุด เพราะแนวโขดหินภายในตัวน้ำตกก็จะมีต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่มากที่สลับแซมขึ้นตลอด ส่วนแนวโขดหินช่วยให้ร่มเงาและสร้างความร่มรื่นในยามพักผ่อนได้เป็นอย่างดี
       นอกจากนี้ยังเป็นธารน้ำที่ไหลตลอดทั้งปี มีน้ำมากเฉพาะในช่วงฤดูฝน มีแอ่งน้ำเล็กๆ อยู่เป็นชั้นๆ ทุกชั้น สลับกับแนวโขดหิน แต่ละแอ่งน้ำไม่ลึกและไหลไม่แรงมากนัก สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย สภาพบริเวณโดยรอบตัวน้ำตกเป็นป่าโปร่ง มีทั้งป่าธรรมชาติและมาจากป่าที่ปลูกขึ้นใหม่ 

 ส่วนทางลงไปยังน้ำตกก็มีสนามหญ้าขนาดกว้างพอประมาณ เป็นที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปพักผ่อนในบริเวณน้ำตกเขาอีโต้แห่งนี้ และมีศาลานั่งพักผ่อนขนาดใหญ่ ตรงบริเวณใต้ต้นไม้ริมน้ำตก สามารถนั่งพักผ่อนได้อย่างสบายใจ หรือจะนำเสื่อไปปูนอนบนโขดหินในแนวน้ำตกใต้ร่มไม้รับไอเย็นจากสายน้ำแบบใกล้ชิดก็ถือว่าโอเคน่ะ
    ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมคงต้องบอกว่า การได้มาสัมผัสธรรมชาติที่อ่างเก็บน้ำเขาอีโต้ และ "น้ำตกเขาอีโต้" แม้ว่าการมาตะลอนฯ ของผมในครั้งนี้จะมีเวลาไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าอิ่มเอิบใจพอสมควร ที่มีโอกาสสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดครับ...!!!
         
       
                                                       นวย  เมืองธน
***********************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น