วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553

"ลั่นล้า"ท่าพระจันทร์

       "ตะลอนตามอำเภอใจ"-ทุกๆ ครั้งที่มีโอกาสแวะเวียนผ่านไปแถวท่าพระจันทร์ ข้างๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริเวณสุดถนนพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มันอิ่มเอิบใจ มีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าร้านจิบสุราหลายร้านที่ผมเคยนั่งดื่มเฮฮากับเพื่อนๆ ช่วงที่เคยเดินส่ายสมัยเป็นนักเรียน นักศึกษา เมื่อหลายสิบปีมาแล้วจะอันตทานหายไปตามกาลเวลาก็ตาม แต่ปัจุบันก็ยังพบร้านอาหารบางร้านย่านท่าพระจันทร์ในอดีตยืนยงขายกันจนถึงทุกวันนี้ แต่อาจจะเปลี่ยนมือจากรุ่นสู่รุ่น รุ่นพ่อสู่รุ่นลูก อะไรประมาณนี้ล่ะครับ
       มนต์เสน่ห์ของ "ท่าพระจันทร์" ที่ทำให้ผมกระชุ่มกระชวยมีชีวิตชีวาทุกครั้งที่มาเยือน นอกจากจะได้อิ่มท้องกับของอร่อยนานาชนิดแล้ว ยิ่งช่วงเวลาเย็นๆ พระอาทิตย์คล้อยต่ำใกล้จะตกดินเวิ้งเล็กๆ ก่อนเข้าสู่ท่าเรือท่าพระจันทร์ ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มันมีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูก เพราะสองฟากฝั่งจะเห็นบรรดาพ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงขายสินค้านานาชนิด คงไม่ต้องบรรยายมาก ส่วนสินค้าที่พ่อค้า-แม่ค้านำมาขาย ก็มีตั้งแต่เสื้อผ้ายันรองเท้า ฯลฯ ส่วนใครอยากจะตรวจดวงชะตา ดูลายมือ ที่นี่ก็มีหมอดูแม่นๆ หลายสำนักไว้บริการ
        อ่อ...ผมลืมบอกไป "ท่าพระจันทร์" เมื่อครั้งอดีตเคยเป็นที่ตั้งของ "ป้อมพระจันทร์" ซึ่งเป็นป้อมหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นป้อมตามแนวกำแพงพระนครด้านตะวันตก ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ใช้บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นท้องสนามหลวง ถนนหน้าพระธาตุ ป้อมต่าง ๆ รอบกำแพงพระราชวังบวรสถานมงคลถูกรื้อลงหมด รวมทั้งป้อมพระจันทร์ด้วย ถนนที่ตัดตรงสู่บริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของป้อมพระจันทร์จึงมีชื่อว่า "ถนนพระจันทร์" และท่าน้ำในบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของป้อมพระจันทร์จึงเรียกว่า "ท่าพระจันทร์" มาจนปัจจุบัน
       หากเอ่ยชื่อ "ท่าพระจันทร์" หลายคนร้องอ๋อ เพราะเหล่าบรรดาเซียนพระทั้งหลายคุ้นเคยอย่างดี เพระเป็นตลาดพระที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่บรรดาเซียนพระและนักสะสมให้ความสนใจ ถือเป็นแหล่งรวมพระเครื่องวัตถุมงคลทุกรุ่นทุกชนิดที่ขึ้นชื่อของประเทศไทย
     "ท่าพระจันทร์" นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องตลาดพระที่เก่าแก่แล้ว อาหารคาวหวานในย่านนี้ถือว่ามีชื่อเสียงพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำใบตำลึงพร้อมเครื่องรสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมเกี๊ยวกรอบๆ ที่ร้านเจ๊อ๋อย
       ข้าวหน้าเป็ดรสชาติเยี่ยม ร้านนิวย่งฮั้วโภชนา ขนมปังกรอบอร่อย ร้านท่าพระจันทร์ ที่มีรสกระเทียม และเนยน้ำตาล โรตี-มะตะบะ ท่าพระจันทร์ เอ็นไก่ทอด ไก่ทอด-หมูทอด เจ้าอร่อยที่ตั้งขายอยู่ริมฟุตบาต ขนมคุณแอ๊วเบเกอร์รี่ ร้านขมนจีบ-กุ่ยช่าย

ทอดมันปลาหมึก ที่มีปลาหมึกสอดไส้อยู่ในทอดมัน ปั้นกันสดๆ ทอดกันเห็นๆ บริเวณริมฟุตบาธ ร้านนี้ผมซื้อกินมาแล้ว ขายขีดละ 25 บาท ราดน้ำจิ้มใส่แตงกวา อร่อยและแปลกดี
      ส่วนร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อขึ้นชื่อ ร้านมิตรโภชนา "ท่าพระจันทร์" มีให้เลือกทั้งเนื้อเปื่อย เนื้อสด เครื่องใน และเนื้อตุ๋น ผมผ่านมาทีไรจะแวะกินเป็นประจำ ส่วนเมนูที่ผมกินเป็นประจำก็คือ เกาเหลารสชาติเข้มข้น ให้ความกลมกล่อม ข้าวเปล่า น้ำแข็งเปล่า แค่นี้ก็อิ่มจนจุกแล้วครับ ยิ่งชั่วโมงเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าหรือมื้อเที่ยง
       ร้านนี้จะแน่นไปด้วยคอก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ทำให้พื้นที่ภายในร้านที่เป็นตึกแถวคูหาเดียวแทบไม่มีที่เดิน แถมยังเป็นร้านเก่าแก่ ขวัญใจนักศึกษามานานแล้ว การตุ๋นเนื้อในกระทะทองเหลือง ส่งกลิ่นหอมบ่งบอกถึงความอร่อยของเนื้อ และน้ำซุปอย่างลงตัวของร้านมิตรโภชนาเป็นอย่างดี ลูกค้าก็มีทุกระดับ ที่เห็นมากหน่อยคือนักศึกษา ส่วนมากจะมากันเป็นหมู่คณะ นอกจากนี้ก็มีกลุ่มคนทำงาน และประชาชนทั่วไป
     ก็อย่างที่เกรินไปแล้ว ก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านนี้ ถือได้ว่าเป็นร้านที่เก่าแก่ร้านหนึ่งในย่านท่าพระจันทร์ เปิดขายกันมานาน จนไม่รู้ว่าที่ขายกัน ณ ปัจจุบันนี้ เป็นรุ่นไหน และรุ่นที่เท่าไหร่แล้ว แต่ก็ช่างเถอะ เพราะไม่ใช่สาระสำคัญ

         การที่ผมมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันนี้ เพราะสาระมันอยู่ที่ผมอยากบอกเล่าว่า มนต์เสน่ห์ของ "ท่าพระจันทร์" มีอะไรที่น่าสนใจก็เท่านั้นเอง
  
         ถัดไปก็เป็นตลาดนัดถนนคนเดินริมฟุตบาธ ทางเท้าถนนมหาราช ระหว่างท่าพระจันทร์ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงท่าช้าง หลังมหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ถือว่าเป็นมนต์เสน่ห์ที่เติมสีสันให้กับท่าพระจันทร์อย่างยิ่ง เพราะมีแผงขายของมากมาย ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่อง ถ้าใครตาดีจะได้ของจริง ตาร้ายได้ของก๊อปปี้ รวมทั้งของเก่า สินค้ามือสอง เครื่องประดับประเภทต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย ดูเพลินๆ จำเริญใจครับ

    ถนนสายนี้ หากจะเรียกว่าเป็นหนึ่งในถนนสายวัฒนธรรมก็คงไม่ผิด เพราะนอกจากจะมีชุมชนเก่าแก่ให้พบเห็นบ้างแล้ว  ยังเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ของคนหลายกลุ่ม หลายวัย
    ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ภาพ "ท่าพระจันทร์" ที่ผมเห็นในวันนี้ อดคิดไม่ได้ว่าถ้ากลับมาเยือนอีกครั้ง จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ แต่เท่าที่รู้ขณะนี้อยู่ในช่วงที่ชาวบ้านกำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่มั่นใจว่า "ท่าพระจันทร์" ยังคงคึกคักอยู่เสมอ ทั้งผู้คนสัญจรผ่านไปมา สินค้า แผงลอย ข้าวของต่างๆ ที่พ่อค้าแม่ค้าหมุนเวียนกันเข้ามาค้าขายในบริเวณนี้เป็นประจำ ทั้งในตรอก ซอก ซอย ที่ยังคงมีร้านอาหารมากมายหลายชนิด เหมาะสำหรับคนช่างกินช่างสรรหาของอร่อย
          ด้วยเหตุนี้ ดูเหมือนว่า "ท่าพระจันทร์" จะเป็นแหล่งผสมผสานระหว่างอดีตกับปัจจุบันที่มาบรรจบกันได้อย่างกลมกลืนเสียจริงๆ หากวันไหนใครรู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม ผมเชื่อว่าการได้มาเดินทอดน่องหาของกินที่ถูกปาก ช็อปปิ้งของที่ถูกใจ เพื่อความผ่อนคลายในชีวิตประจำวัน  "ลั่นล้า" ที่ "ท่าพระจันทร์" รับรองไม่ผิดหวัง...!!!
                                                      นวย  เมืองธน
*********************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น