วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน มรดกทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่า

      ตะลอนตามอำเภอใจ-ผมคงต้องบอกว่าการเดินทางไปยังที่ต่างๆ กับ "ชีวิตของผม" เป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวเนื่องกันมาโดยตลอด ตั้งแต่จำความได้ ผมมีโอกาสไปตามสถานที่ต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นจังหวัดทางภาคตะวันออกและภาคอีสาน เมื่อผมโตขึ้น ก็มีโอกาสเดินทางไปตามแหล่งท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ได้รับประสบการณ์ ได้รู้จักคน ได้ภูมิใจในความสวยงามของประเทศไทย
    "จังหวัดเพชรบุรี" เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งภูเขา ทะเล น้ำตก แหล่งโบราณสถาน ส่วนตัวผมก็มีโอกาสเดินทางมาที่ "เมืองเพชรบุรี" นี้หลายครั้ง สมัยเด็กๆก็เคยนั่งรถบขส.มาเที่ยวทะเลที่ชะอำ หลายครั้งหลายครา
           ส่วนอาหารพื้นเมือง ของคนเมืองเพชรที่ขึ้นชื่อ คงจะหนีไม่พ้นขนมหม้อแกง ขนมหวานเลื่องชื่อ ข้าวยำ สมุนไพรตำรับเมืองเพชร ลูกตาล ผลไม้ประจำจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งทุกคนต่างชื่นชมในความอร่อยและภูมิปัญญาชาวบ้านที่รู้จักใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาประกอบอาหาร
      "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี ที่ผมมีโอกาสมาเยือน ซึ่งเป็นพระราชวังสร้างในสมัยร.6 อยู่ที่ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
     "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" เป็นพระตำหนักประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งให้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ใหญ่ใน พ.ศ. 2466 โดยที่เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้อำนวยการก่อสร้างและพระองค์ได้ทรงร่างแผนผังการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ด้วยพระองค์เอง
      โดยพระองค์ได้ทรงเพิ่มพระตำหนักฝ่ายใน ทรงเลือกแบบพระราชนิเวศน์เป็นอาคารแบบไม้ชั้นเดียว หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องสี่เหลี่ยม ใต้ถุนสูงเทพื้นคอนกรีตตลอด โดยที่พระตำหนักต่างๆ ได้แบ่งกระจายกันอยู่เป็นหลังๆ มีรูปทรงแบบเดียวกันหมด แต่ทุกหลังจะมีระเบียงและบันได ส่วนทางเดินจะมีลูกกรงและหลังคาเชื่อมติดต่อถึงกันตลอดเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเดินติดต่อกันระหว่างพระตำหนักต่างๆ ได้จัดวางห้องบรรทมอยู่กลางติดกับห้องแต่งพระองค์ มีห้องเสวยด้านหลัง มีสะพานทอดออกไปทางด้านขวามือเป็นส่วนของฝ่ายใน ด้านหน้ามีสะพานทอดยาวไปเป็นห้องทรงพระอักษรใกล้ชายหาด
     สถาปัตยกรรมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรม เพื่อการพักตากอากาศ เมื่อครั้งที่วัสดุก่อสร้างในพื้นที่ยังหายาก กับทั้งระยะเวลาในการก่อสร้างที่จำกัด สถาปนิกและวิศวกรจึงเลือกใช้ระบบพิกัด ในการออกแบบ ทั้งทางราบและทางตั้ง โดยใช้แนวเสาระยะเป็นมาตรฐาน แต่ละช่วงเสาแบ่งผนังออกเป็นส่วนๆเกิดเป็นจังหวะตอบรับกับขนาดบานหน้าต่างและประตู ช่องระบายอากาศไม้ฉลุเหนือขอบประตู
        ตลอดจนฝ้าเพดานห้อง ใช้ชิ้นส่วนวัสดุก่อสร้างสำเร็จรูป แต่วางแผนผังห้องให้ยักเยื้องกัน มีรูปทรงหลังคาที่หลากหลาย ทำให้อาคารดูเรียบง่ายแต่ไม่น่าเบื่อ ทั้งยังมีความโปร่งเบา มีการประดับประดาแต่น้อยที่สุด ตอบรับกับความนิยมของยุคสมัย ที่เป็นรอยต่อระหว่างสถาปัตยกรรมวิคตอเรียน กับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
     นอกจากนี้ การออกแบบยังได้ผสานแนวคิดในการแก้ไขปัญหาทางสภาพภูมิประเทศ เช่น สภาพดินที่มีความเค็ม ดินทราย ดินดาน และลมทะเล รวมถึงพืชพันธุ์ที่มีความเหมาะสมและทนทานต่อสภาพภูมิอากาศริมทะเลได้ดี นอกจากนี้ยังได้คำนึงถึงการออกแบบที่สนองกับสถาปัตยกรรมและบรรยากาศโดยรวม
    พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ประกอบด้วย พระที่นั่งสามองค์ คือ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระที่นั่งสมุทรพิมาน และ พระที่นั่งพิศาลสาคร มีรายละเอียด ดังนี้
     พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ สร้างเพื่อเป็นที่ประชุมและจัดงานสโมสรต่างๆ รวมถึงการแสดงละคร ซึ่งพระองค์โปรดอย่างยิ่ง ลักษณะเป็นอาคารไม้สองชั้น รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นล่างเป็นโถงโล่ง ชั้นบนด้านทิศใต้ มีระเบียงเป็นที่ประทับ เวลาเสด็จออก และมีระเบียบรอบ ปล่อยส่วนกลางโล่ง หลังระเบียงที่ประทับ มีห้องซึ่งปัจจุบันจัดแสดงเรื่องราว และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมา และการบูรณะพระราชนิเวศน์แห่งนี้ไว้อย่างน่าชม
     พระที่นั่งสมุทรพิมาน มีทางเดินเชื่อมต่อจากพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ลงมาทางใต้ พระที่นังองค์นี้ เคยเป็นที่ประทับในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ อาคารด้านหน้า ประกอบด้วย ห้องสรง ห้องพระบรรทม และห้องทรงพระอักษร ซึ่งมีการจัดวางสิ่งของเครื่องใช้ และเครื่องเรือน ส่วนพระองค์ให้ชม อาคารส่วนกลางเป็นห้องโล่งกว้าง มีเพียงลูกกรงกั้นโดยรอบ ลักษณะคล้ายศาลา เป็นที่ซึ่งพระองค์โปรดประทับในเวลากลางวัน ปัจจุบันจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชา ประดิษฐานพระบรมรูป ให้คนทั่วไปได้สักการะ
    อาคารด้านหลังปีกทางทิศใต้ เคยเป็นที่ประทับของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในการเสด็จประทับครั้งที่ 2 จากด้านหน้าของพระที่นั่งองค์นี้ มีทางเดินทอดยาวไปจดชายหาด พร้อมทั้งมีพลับพลาสำหรับเปลี่ยนเครื่องทรง เมื่อเสด็จลงสรงน้ำทะเลด้วย
       พระที่นั่งพิศาลสาคร อยู่ถัดจากพระที่นั่งสมุทรพิมาน ไปทางทิศใต้ เคยเป็นที่ประทับของพระนางอินทรศักดิ์ศจี ในการเสด็จมาประทับครั้งแรก และเป็นกลุ่มอาคารสำหรับฝ่ายใน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และเป็นเอกเทศจากส่วนที่ประทับ มีบันไดขึ้นลงชายหาดและพลับพลาริมทะเล ซึ่งทอดขนานไปกับพระที่นั่งสมุทรพิมาน ซึ่งเป็นส่วนของฝ่ายหน้า
    ที่สำคัญสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรรู้เมื่อมา "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" การแต่งการของผู้เข้าชมต้องเป็นชุดคลุมเข่า สำหรับผู้หญิงถ้าใส่กางเกงขาสั้นมา ที่นี่ก็มีผ้านุ่งให้สวมทับ ร่มจะต้องฝากไว้ด้านล่าง รองเท้าจะต้องเอาใส่ในถุงผ้าที่พระราชนิเวศน์จัดเตรียมไว้ แล้วต้องถือติดตัวไว้ด้วย
        ท้ายสุดนี้ผมคงต้องบอกว่าหากใครผ่านมาเยือน "เมืองเพชรบุรี" แห่งนี้ ก็อย่าพลาดที่จะมาชม "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" อันสถานที่ซึ่งเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ท่ามกลางธรรมชาติของพรรณไม้ร่มรื่นและหาดทรายขาวสะอาดตา ผสานเสียงเกลียวคลื่นดังกระทบฝั่งอยู่เป็นระยะๆ นับเป็นบรรยากาศที่สงบและรื่นรมย์ ดุจดังแต่กาลก่อน...ครับ
                                                 นวย เมืองธน
**********************************************************







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น