วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2553

"ผ้าทอ"บ้านท่ากระจายวัฒนธรรมควรค่าอนุรักษ์

       "ตะลอนตามอำเภอใจ"-ในช่วงที่ผมมีโอกาสเดินทางไปทำข่าวที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และมีโอกาสมาแวะเวียนที่อำเภอท่าชนะ  ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
         อำเภอท่าชนะ ถือได้ว่าเป็นอำเภอเก่าแก่มาแต่โบราณ เมื่อ พ.ศ.2439-2441 ปรากฏหลักฐานว่าเคยเป็นอำเภอมาแล้ว เรียกว่า อำเภอประสงค์ หรือพสง ตั้งอยู่ที่บ้านปากน้ำบ้านท่ากระจาย
      ดังปรากฏหลักฐานในเอกสารสมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องมณฑลชุมพร ปี พ.ศ.2441 ตอนหนึ่งว่า "….อำเภอพสง (ประสงค์-ผู้เขียน) ทิศเหนือติดต่อกับเมืองหลังสวน เดิมพระวัฒนอุดม (พง) ว่าที่กรมการอำเภอ (นายอำเภอ-ผู้เขียน) ตั้งที่ว่าการอำเภอพสง พระวัฒนอุดมไม่พอใจ ลาออกให้นายปานว่าที่กรมการตั้งที่ว่าการริมคลองน้ำ ตำบลท่าจาย (ท่ากระจาย-ผู้เขียน)
     ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2453 ทางราชการได้ยุบอำเภอประสงค์เป็นกิ่งอำเภอเรียกว่า "กิ่งอำเภอประสงค์ " ขึ้นอยู่กับอำเภอไชยา และในที่สุดก็ยุบกิ่งอำเภอประสงค์ลง เป็นเพียงตำบลหนึ่ง ในปี พ.ศ.2463 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการปกครองในส่วนกลางและการด้อยพัฒนาในท้องที่ ในระยะนี้คนส่วนใหญ่จะรู้จักท่าชนะในนามของ "หนองหวาย" เพราะแต่เดิมมาเรียกสถานีรถไฟท่าชนะว่า " สถานีหนองหวาย " เมื่อชุมชนต่างๆ ในเขตอำเภอประสงค์เดิมขยายตัวขึ้นจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
      โดยเฉพาะการทำประมงชายฝั่ง ซึ่งได้แก่ การทำโป๊ะ และการขยายตัวของการเกษตรเกี่ยวกับการทำนาทำสวน ทำให้ชุมชนท่าชนะเริ่มเจริญขยายตัวขึ้นใหม่ จนเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2491
       ทางกระทรวงมหาดไทยจึงได้รวบรวมตำบลต่างๆ ได้แก่ ตำบลประสงค์ ตำบลวัง ตำบลท่าชนะ ตำบลสมอทอง และตำบลคันธุลี ยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอใหม่อีกครั้งขึ้นกับอำเภอไชยา โดยตั้งที่ว่าการกิ่งอำเภอที่ตลาดหนองหวาย ทางตะวันออกของสถานีหนองหวาย ซึ่งอยู่ในเขตตำบลท่าชนะ จึงเปลี่ยนชื่ออำเภอเสียใหม่ว่า "กิ่งอำเภอท่าชนะ" และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภออีกครั้งในปี พ.ศ.2499 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน
      คำว่า "ท่าชนะ" จากเค้าโครงทางประวัติศาสตร์มีการบอกเล่าว่า เมื่อครั้งกรมพระราชวังบวรฯ แม่ทัพปราบพม่าทางหัวเมืองฝ่ายใต้ จนได้รับชัยชนะแล้วได้ประกาศความมีชัย และได้สร้างวัดชื่อว่า "โคธาราม" (วัดอัมพาวาสในปัจจุบัน) ขึ้น และได้ทำหลักไม้ตำเสาสี่เหลี่ยมหน้า 18 นิ้ว สลักอักษรว่า "ชิต เม" แปลว่า "ชนะแล้ว" รวม 2 หลักปักไว้ที่คลองวังเก่า (หมู่ที่ 5 ตำบลวัง) และที่คลองชนะ (หมู่ที่ 5 ตำบลท่าชนะ)
       จึงได้เอาชื่อท่าชนะมาตั้งเป็นชื่อของอำเภอนี้ คำบอกเล่าชาวบ้านว่าเดิมบริเวณนี้เรียกว่า "ท่านาก" เพราะมีนากอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ตามสำเนียงภาษาถิ่นนี้ ออกเสียง "นาก" เป็น "นะ” จึงเรียกกันว่า "ท่านะ" ต่อมามีการแต่งเติมเป็น "ท่าชนะ" เพื่อให้ความหมายในทางที่เป็นสิริมงคล
       ส่วนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอำเภอท่าชนะเห็นจะเป็น "ถ้ำใหญ่เขาประสงค์" ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาประสงค์ อยู่ในเขาประสงค์ ซึ่งเป็นภูเขาโดดบนสันทรายใกล้แนวลำน้ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ทรงเครื่องใหญ่ ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มีพระพุทธรูปหินทรายแดงและพระพุทธรูปไม้นับร้อยองค์ และยังเป็นที่เก็บอังคารของท่านพุทธทาสภิกขุอีกด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะเวียนมาได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย
      ที่สำคัญหากมาอำเภอท่าชนะ ถ้าไม่ได้แวะเวียนมาเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ทอผ้าพื้นเมืองของกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านท่ากระจาย ที่ตั้งอยู่ในตำบลท่าชนะ ก็ดูเหมือนจะยังมาไม่ถึงอำเภอท่าชนะครับ ที่สำคัญ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันนี้ คงต้องบอกว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ผ้าขาวม้า ผ้าเช็ดหน้า ผ้าพันคอ ผ้าทอพื้นเมือง ผ้าไหมยกดอก เช่น ลายดอกพิกุล ลายดอกแก้ว ลายเครือวัลย์ ลายดอกพิกุลล้อม ลายก้านแย่ง ลายเทพพนม ลายดอกแสม ลายดอกมะยม
      ล้วนเกิดจากภูมิปัญญาโบราณในท้องถิ่นของชาวบ้านที่นี่ และถ่ายทอดความรู้กันมาอย่างยาวนาน และจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านในอดีต จนกลายเป็นกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านท่ากระจาย สืบสานวิถีวัฒนธรรมทอผ้าพื้นบ้านไทยมุสลิมจากอดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยผลิตผลงานออกมาจำหน่าย จนมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ
      โดยส่วนหนึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เข้าไปเสริมความรู้ในด้านการตลาดและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สินค้าของกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านท่ากระจายมีความโดดเด่นขึ้น นำมาสู่การสร้างรายได้ให้ชาวบ้านท่ากระจาย
        จากการได้พูดคุยกับนางอะ คชสวัสดิ์ ประธานกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านท่ากระจาย เกี่ยวกับรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ทอผ้าพื้นเมืองของกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านท่ากระจาย ซึ่งนางอะบอกว่าสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกของกลุ่มคนละประมาณ 3-4 พันบาทต่อเดือน ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าถึงท้องถิ่น และจากการออกงานโอท็อปต่างๆ ที่ทางกลุ่มนำผลงานไปออกแสดงตามบูธสินค้า
       เนื่องจากชุมชนแห่งนี้เป็นชาวไทยมุสลิมที่ประกอบอาชีพหลักทำการประมงและสวนยางพารา เวลาว่างก็จะทอผ้าใช้กันเองทุกครัวเรือน เป็นความรู้ที่ถ่ายทอดกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ที่สำคัญอดีตที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านท่ากระจาย เคยได้รับรางวัลโอท็อป 5 ดาว ถึง 3 ปีซ้อน และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย
       ด้วยเหตุที่ชาวบ้านบ้านท่ากระจายมีความรู้เรื่องการทอผ้าสืบต่อกันมาช้านาน และนำความรู้เรื่องลายผ้าและเทคนิคการทอแบบโบราณมาประยุกต์แล้วทอผ้ากันอย่างจริงจัง จนเป็นที่สนใจของลูกค้าและประชาชน เพราะจุดเด่นผลิตภัณฑ์ทอผ้าพื้นเมือง มีลวดลายและสีสันที่สวยงาม ทอด้วยฝีมือประณีต เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น
        ถือเป็นการสืบสานวิถีวัฒนธรรมทอผ้าพื้นบ้านไทยมุสลิม ที่ควรค่าแก่การส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้ตราบนานเท่านาน...!!!
                  
                                                      นวย  เมืองธน
************************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น