วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2553

"ขี่ช้าง-ล่องแพ"แม่วาง ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

      "ตะลอนตามอำเภอใจ"-ช่วงต้นๆ เกือบจะกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานบทบาทนายอำเภอกับการพัฒนาพื้นที่เพื่อ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้กับพี่น้องประชาชน ร่วมกับคณะของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และสื่อมวลชนอีกหลายแขนง ที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ของผมนั้น คงต้องบอกว่าได้ความรู้ และเปิดหูเปิดตาพอสมควรครับ

       สำหรับการพัฒนาและส่งเสริมด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของอำเภอแม่วางนั้น ถือเป็นอีกบทบาทหนึ่งของนายอำเภอแม่วาง ที่คณะของกรมการปกครอง นำโดย คุณทรงพล ใจกริ่ม เลขานุการกรมการปกครอง ได้ติดตามผลความสำเร็จด้านการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ โดยเฉพาะโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือและร่วมคิดของทุกภาคส่วนในพื้นที่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ภายใต้การบริหารงานของคุณพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ นายอำเภอแม่วาง ได้นำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาอำเภอระยะ 4 ปี (2533-2556) เป็นเครื่องมือในการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนภายใต้ต้นทุนที่มีอยู่ ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า "แผ่นดินอุดม สังคมสงบสุข"
          คุณพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ นายอำเภอแม่วาง บอกว่า อำเภอแม่วางมีสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ สภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ เหมาะแก่การอยู่อาศัย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายและสวยงาม และด้วยความพร้อมของต้นทุนในพื้นที่ ทำให้สามารถพัฒนาและส่งเสริมรายได้ ทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สำหรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ตำบลแม่วิน มีลักษณะเป็นภูเขาสลับกับที่ราบสูง มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีประเพณีวัฒนธรรมชนเผ่าที่น่าศึกษา และควรค่าแก่การอนุรักษ์
      ทั้งนี้ การพัฒนาความอยู่ดีกินดีและความสุขของประชาชน เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานก่อนการพัฒนาด้านอื่นๆ สำคัญที่การพัฒนาด้านการศึกษา ความรู้ และทักษะความสามารถในการแข่งขันในด้านต่างๆ ในขณะที่การพัฒนาดังกล่าวต้องใช้เวลาพัฒนาอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่องและจริงจัง หน่วยงาต่างๆ ทั้งทางภาครัฐและเอกชนจึงจำเป็นต้องร่วมมือและประสานทรัพยากรที่มี เพื่อบรรเทาปัญหาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนควบคู่ไปกับการพัฒนาในระยะยาวอีกด้วย
        จังหวัดเชียงใหม่ ถือได้ว่ามีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวที่ติดอันดับในใจของชาวไทยและต่างประเทศ ประกอบกับจุดแข็งที่ตั้งของอำเภอแม่วางซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากตัวเมือง และเป็นอำเภอที่อยู่ไม่ไกลจากจุดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ดอยอินทนนท์ พืชสวนโลก บ้านถวาย เป็นต้น แถมปัจจุบันมีโครงการสร้างทางเชื่อมทางระหว่างอำเภอเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถร่นระยะเวลาจากจังหวัดเชียงใหม่กับอำเภอแม่วางมากขึ้น นำมาวางแผนเพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่มายังจังหวัดเชียงใหม่และอำเภอใกล้เคียงให้มาท่องเที่ยวในอำเภอแม่วาง   
       ด้วยเหตุนี้ อำเภอแม่วางจึงต้องมีการประชาสัมพันธ์จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครมาดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว และจัดให้มีการประสานแผนงานท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับโปรแกรมการท่องเที่ยวของจังหวัดและอำเภอใกล้เคียง เพื่อลดงบประมาณการประชาสัมพันธ์และทำให้อำเภอแม่วาง และอำเภอใกล้เคียงมีภาพรวมของแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย
           ผมมีโอกาสไปตะลอนฯ "ขี่ช้างชมป่า-ล่องแพไม้ไผ่" ในพื้นที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง ที่คุณพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ นายอำเภอแม่วาง มีส่วนนำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาอำเภอในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การได้สัมผัสชีวิตช้างที่ปางช้างแม่วาง โดยเฉพาะการขี่ช้างท่ามกลางหุบเขา ธรรมชาติป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์ คงต้องบอกว่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว
       "ปางช้างแม่วาง" เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ของเหล่าควาญช้าง และช้างที่จะได้อาศัยและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ก่อเกิดมิตรภาพและความผูกพันระหว่างคนกับช้าง มิตรภาพความผูกพันและความเข้าใจจะบังเกิดขึ้น เมื่อครั้งหนึ่งในชีวิตคุณได้ป้อนอาหารช้าง และเรียนรู้การเป็นควาญช้าง
        ส่วนการได้ล่องแพไม้ไผ่ที่ลำน้ำแม่วาง การสัมผัสธรรมชาติของทั้งสองฝั่งน้ำ ผมคงต้องบอกว่ามีความสนุกสนานไม่แพ้ขี่ช้างชมป่าเช่นกัน 
       หากเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ ต้องเดินทางออกไปทางทิศใต้ ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ผ่านอำเภอหางดงถึงอำเภอสันป่าตอง มีทางแยกเลี้ยวขวาใช้เส้นทางสันป่าตอง-แม่วาง อีกประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร ก็จะพบจุดท่องเที่ยวอยู่ข้างทางฝั่งซ้ายมือสามารถเลือกจอดรถได้ตามข้างทาง ซึ่งเจ้าของซุ้มริมน้ำได้จัดเอาไว้ให้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องใช้บริการของร้านค้าที่เราเอารถไปจอดไว้
        เมื่อเลือกจุดจอดรถได้แล้วก็เก็บของลงรถไปยังซุ้มริมน้ำ สั่งอาหารมากิน หรือจะซื้อมาเองก็ได้ ถ้าต้องการจะไปล่องแพอย่างเดียว ไม่ต้องไปนั่งซุ้มข้างริมน้ำก็ได้ เอารถจอดไว้แล้วติดต่อทางร้านค้าข้างทางว่าต้องการล่องแพ ก็จะมีการติดต่อให้รถมารับไปยังจุดลงแพ เพื่อล่องแพมายังจุดที่เราจอดรถไว้ แพหลังหนึ่งสามารถลงได้ประมาณ 4 คน ถ้ามากกว่านี้แพอาจจะรับน้ำหนักไม่ไหว นอกจากนี้เราสามารถถ่อแพเองได้อีกด้วย หรือจะจ้างให้เขาถ่อให้ก็ได้ แล้วแต่จะเลือก
        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันนี้ ผมคงต้องบอกว่า การได้ "ขี่ช้างชมป่า-ล่องแพไม้ไผ่" นอกจากจะได้ได้สัมผัสธรรมชาติป่าเขาแล้วยังได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติสองฝั่งริมน้ำด้วย บอกตามตรงว่าสำหรับผมแล้วสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ขี่ช้างชมป่า ล่องแพไปตามสายน้ำมีความสุขจริงๆ แต่ต้องระวังตกหลังช้างน่ะ ส่วนการล่องแพก็ต้องคอยระวังแพไม้ไผ่ไปชนโขดหินหน่อย ส่วนคนถ่อแพต้องประคองไว้ให้ดีๆ ไม่เช่นนั้นอาจตกน้ำได้ง่ายๆ ครับ....!!!!  
                                                       นวย  เมืองธน
*********************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น